อัสราอีล

ชื่อ: อัสราอีล (ฮัสซัน อิ ซับบาห์/ซิดร์ อัสราอีล)
ID: 474
นักพากย์: Kanemoto Ryousuke
ผลงานอื่นในFGO: โทโนะ ชิกิ(จากเกม Tsukihime เวอร์2021)
ผลงานอื่น: (ยังไม่มีที่โดดเด่น)

[ร่าง1]

อัญเชิญ: ขอตอบรับการอัญเชิญอย่างเป็นทางการมาสเตอร์ เซอแวนท์ แอสซาซิน อัสราอีล จากนี้จะเริ่มทำการตรวจสอบคัลเดีย ช่างน่าตั้งตาดูเสียจริง หวังว่าจะเป็นสถานที่ซึ่งคู่ควรแก่ดาบ (การลงทัณฑ์) ของข้านะ
เลเวลอัพ1: บ้าน่า...!? การฝึกปรือดาบ แค่ให้ใช้เจ้าของแบบนี้ก็พอแล้วงั้นเหรอ!? ...ไม่สิ พอแล้วงั้นสินะ... ข้าเองก็ไม่อยากถูกหาว่าเป็นพวก "หัวรั้นตั้งแต่ยังหนุ่ม" ด้วย...!
เลเวลอัพ2: เป็นระบบของคัลเดียสินะ ข้าเข้าใจได้ ถึงจะรู้สึกไม่ค่อยสงบใจเท่าไหร่ แต่นี่เองก็เป็นการฝึกฝนเช่นกัน
เลเวลอัพ3: อึก...! พัฒนาขึ้นได้อย่างง่ายดายขนาดนี้เลยงั้นเหรอ... ข้าไม่เคยถูกหยามถึงเพียงนี้มาก่อนเลย จำเอาไว้ซะเถอะ

Battle1: ยังมีงานอื่นต้องทำอีกเป็นภูเขา อยากรีบจบให้ได้ภายใน 10 นาที
Battle2: ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ปล่อยให้มันเสียเปล่าไม่ได้ จะว่าไปแล้ว มีเงินรางวัลให้หรือเปล่า?
Battle3: หากยังมีใจจะปรับปรุงตัวละก็จงส่งหัวมาซะ ข้าจะรับฟังคำอ้อนวอน
สกิล1: ร่างนี้... มีบางอย่าง...!
สกิล2: ด้วยกายเนื้อของข้า...!
สกิล3: ปีกวิหคศักดิ์สิทธิ์
สกิล4: ได้เวลาตอบแล้ว
สกิล5: มีอะไรจะสั่งเสียไหม?
สกิล6: มองข้างหลังสิ
คอมมานด์การ์ด1: ได้
คอมมานด์การ์ด2: เป็นเอกฉันท์
คอมมานด์การ์ด3: จะนำกลับไป
การ์ดโฮกุ1: เหมือนจะไม่ผิดพลาดสินะ
การ์ดโฮกุ2: เข้าใจแล้ว ไปพักซะ
การ์ดโฮกุ3: นี่จะเป็น... ความรักไปได้อย่างไร!
โจมตี1: หึ! ฮ่า!
โจมตี2: เหยียบย่ำ!
โจมตี3: ได้ตัวแล้ว!
โจมตี4: ดับดิ้นเสีย!
โจมตี5: ตรงนั้นสินะ
โจมตี6: ฟิกาเร่
โจมตี7: ฮ่า!
โจมตี8: มุงกัร!
โจมตี9: อัล ชัยฏอน!
โจมตี10: ไม่ต้องให้รอ!
โจมตี11: ติดกับแล้วสินะ!
โจมตี12: รอมฏอน!
โจมตี13: สายลมเอ๋ยจงไปเสีย!
โจมตี14: บุรอก!
โจมตี15: นากีร
โจมตี16: ไม่ต้องการ
โจมตี17: ชีพจรตื้นตัน
โจมตี18: ไม่มีลมหายใจครั้งถัดไปแล้ว
Extra Attack1: ไม่ปล่อยให้หนีรอด!
Extra Attack2: แองเคอร์!
Extra Attack3: งั้นหรือ... น่าเสียดายนัก
โฮกุ1: ข้าจักยกแดนนรกแก่เจ้าและนำเจ้าร่วมทางไปด้วย จงสดับฟังเสียงกระพือปีกเสีย! [มาลัก อัล เมาต์(เทวทูตแห่งระฆังย่ำค่ำ)]
โฮกุ2: ระฆังย่ำค่ำดังกังวานแล้ว ทวารทั้งเจ็ด เสียงกรีดร้อง โทสะ เพลิงผลาญ จงแจ้งถึงความตายเสีย! มาลาอิกะฮ์!
โฮกุ3: ความตายกำลังเรียกหาเจ้า ไร้การแก้ต่าง ไร้การเยียวยา และไร้ซึ่งการไต่สวนใดๆ จงไปยังก้นบึ้งแห่งญะฮันนัมเสีย [มาลัก อัล เมาต์(เทวทูตแห่งระฆังย่ำค่ำ)]
ดาเมจ1: ใช้ได้นี่...!
ดาเมจ2: ชิ
แพ้1: พลังยังไม่มากพอ ข้าเพลี้ยงพล้ำเสียแล้ว ต้องขออภัยด้วย
แพ้2: แม้น่าเสียดายแต่ก็หาได้น่าประหลาดใจไม่ แค่ถึงคราวของตนแล้ว มันก็เท่านั้น
สู้เสร็จ1: ถอนตัวกันก่อนจะเป็นเรื่องใหญ่ แน่นอนว่าจะต้องเก็บทุกอย่างที่เก็บติดมือได้ ยังไงซะเราก็เป็นแค่องค์กรเล็กๆ
สู้เสร็จ2: ไม่ว่าเป็นสิ่งใดข้าก็จักฟาดฟันความชั่วร้ายให้สิ้น แม้นั่นจะหมายถึงสหายร่วมชาติก็ตาม

Myroom
ความสัมพันธ์1: แม้จะอ้างนามตนว่าอัสราอีลเมื่อยามถูกอัญเชิญมาก็ตาม แต่ร่างนี้นั้นยังเร็วเกินไป เป็นเพียงชายที่ได้รับหน้าที่ให้ดูแลงบการคลังของลัทธิหนึ่งเท่านั้น ไม่มีทางถูกเล่าขานด้วยนามของเทวทูตได้ แต่ก็ เคยได้ร่ำเรียนศิลปะการต่อสู้เป็นงานอดิเรกอยู่น่ะนะ
ความสัมพันธ์2: เจ้านี่ชอบเข้ามาคุยกับข้าบ่อยนะ ข้านั้นไม่คุ้นเคยกับการคุยเล่นเท่าใดนัก การเอ่ยสิ่งที่คิดขึ้นมาได้ในประเดี๋ยวนั้น โดยไม่ได้มีเนื้อความเชื่อมต่อกับเหตุก่อนและหลัง มันจะไปมีประโยชน์อันใด?
ความสัมพันธ์3: ข้าไม่ได้มีความรังเกียจต่อเหล่าผู้ใช้เวทหรอก แม้จะไม่ใช่เรื่องที่ป่าวประกาศได้ แต่ข้าเองก็เป็นผู้ยึดหลักรหัสยนิยมเหมือนกัน... ข้ามักเคยนั่งสมาธิด้วยหลักของลัทธิซูฟีอยู่ มันเกี่ยวกับการทำอัตตาให้เจือจางลง แล้วจึงค่อยยกระดับมันให้สูงขึ้น และเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้า ผู้ที่บรรลุได้นั้น จะถูกเรียกว่านักบุญ... หรือวะลี... นี่เอง ก็เป็นเรื่องที่พูดข้างนอกไม่ได้เช่นกัน
ความสัมพันธ์4: ก่อนหน้านี้ดันเล่าเรื่องแปลกๆ ไปเสียได้ แม้จะไม่ได้อับอายในความคิดของตนเองก็ตาม แต่ก็คือเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องพูดอยู่ดี ลืมมันไปเถอะ หากจะเล่าล่ะก็ ควรเล่าเรื่องของวีรชนเสียมากกว่า เจ้าดูจะเหมาะกับเรื่องราวของไบบาร์สมากกว่าซาลาดินนะ
ความสัมพันธ์5: เรื่องของวีรชนเองก็ฟังดูไม่เข้าทีเท่าไหร่สินะ... ไม่ว่าอย่างไรก็มีจุดจบอย่างโศกนาฏกรรมอยู่ดี อย่างเจ้านั้น... นั่นสินะ เอาเป็นเรื่องราวของเมืองแบกแดกในราชวงศ์อับบาซิยะฮ์ก็แล้วกัน แม้มันจะต้องหายไปราวภาพมายาในสักวันก็ตาม แต่ก็เป็นเรื่องราวของผู้คนที่เคยได้เปล่งประกายดั่งอัญมณี นับเป็นบทเรียนที่ดีเช่นกัน มันเหมาะสมกับผู้มีจิตวิญญาณอันอิสระเช่นเจ้า หาใช่ข้า

บทพูด1: หากมีงานต้องทำก็จงกระทำอย่างมีประสิทธิภาพเสีย มิเช่นนั้นความหย่อนยานจักกลายเป็นภัยในสักวัน
บทพูด2: ในเมื่อข้าได้เข้ารับตำแหน่งในคัลเดีย ก็ย่อมต้องปฏิบัติตามแนวทางของคัลเดีย การบั่นหัวโดยไม่ไถ่ถามนั้น... คงไม่เกิดขึ้นหรอก
บทพูด3: ข้าไม่คิดที่จะรับใช้นักเวทก็จริง แต่กับเจ้านั้นต่างออกไป ฮัสซันคนอื่นเองก็คงเห็นพ้องต้องกัน
บทพูด4(มีอิสกันดาร์): อิสกันดาร์ซุลก็อรนัยน์ (อ่านว่า ซุล-ก็อร-นัยน์ เป็นฉายาป๋าเวอร์อิสลาม) แม้เป็นผู้รุกรานแต่ก็ถูกกล่าวขานในฐานะของราชาผู้ยิ่งใหญ่ และถูกเล่าต่อกันมาว่าคือผู้สืบสายเลือดแห่งเปอร์เซีย แม้จะเป็นฝีมือของเหล่ารัฐบุรุษ แต่เราก็สร้างความลำบากแก่เจ้าไว้มาก ..."ไม่ได้ใส่ใจ กลับน่าสนุกดีเสียอีก" งั้นรึ เช่นนี้นี่เอง วีรชนผู้มุ่งหมายยังแดนสุดขอบโลกด้วยเหตุผลว่า "อยากเห็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ยังไม่เคยมีใครพบเห็น" นั้น ช่างมีจิตใจกว้างขวางเสียจริง
บทพูด5(มีเซเฮราซาด): ข้ารับรู้ดีว่าการโอนอ่อนตามวัฒนธรรมยุคปัจจุบันนั้นเป็นเรื่องตื้นเขินเพียงใด แต่ว่า เจ้าจะยินยอมหรือเปล่า ข้าอยากจะขอ... ลายเซ็นเสียหน่อย เซ็นลงบน อัลฟ์ ไลลา วา ไลลา(นิทานพันหนึ่งราตรี) นี้เลย
บทพูด6(มีฌัค เดอ มอเรย์(ชาย)): ผู้นำสูงสุดคนสุดท้ายผู้ยืนกรานในเกียรติยศและความบริสุทธิ์ของตนจนถึงวาระสุดท้ายที่ถูกประหาร แม้ข้าจะไม่ลงรอยกับกองทัพครูเสดแต่ก็รู้สึกเคารพต่อเจ้าอยู่ ไม่ใช่เพียงในด้านความสามารถและจิตใจอย่างอัศวิน ...แต่ความเหนื่อยยากในการดูแลสินทรัพย์ขององค์กรขนาดใหญ่นั้น เกินกว่าข้าจะคาดเดาจริงๆ
บทพูด7(มีดันเต้ อาลิกิเอรี่): ชายผู้ดูอ่อนแรงไร้กำลังที่มีสีหน้าที่แสดงถึงความหัวอ่อนท่าทางไร้อนาคตผู้นั้น เหมือนเคยพบเจอที่ไหน... นามว่าดันเต้งั้นหรือ หรือว่า จะเป็นชายที่โซซัดโซเซผลุบๆ โผล่ๆ อยู่ที่สุดขุมนรกคนนั้นกัน...?
บทพูด8(มีชายชราแห่งขุนเขา): ไม่มีใครล่วงรู้ถึงวาระสุดท้าย ไร้กระทั่งซากศพ หลงเหลือไว้เพียงหน้ากากแด่ผู้สืบทอด ความน่าพรั่นพรึงนั้นได้กลายเป็นตำนานและข้อปฏิบัติของลัทธิในท้ายที่สุด แม้ข้าจะคาดหวังให้เป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว... แต่ก็นึกไม่ถึงว่าจะถึงขั้นถูกเรียกชายชราแห่งขุนเขา หากมาร์โค โปโลอยู่ที่นี่ด้วยล่ะก็ ข้าคงจะเค้นถามเขาไปแล้ว
บทพูด9(มีเมอลิน): เกี่ยวกับเมอลินน่ะรึ? ช้าไปแล้ว ข้าเพิ่งสังหารมันไปเมื่อกี๊ (เสียงเมอลิน: นี่ฉันไปทำอะไรให้เนี่ย!?) ไม่ต้องกังวลไป สำหรับเจ้านั่นนี่ก็เป็นแค่การทักทายนั่นแหละ

สิ่งที่ชอบ: สิ่งที่ชอบ... งานอดิเรกของข้านั้นคือการจดบันทึกข้อเท็จจริงก็จริง แต่หากให้เอ่ยล่ะก็ ความรู้ ความเชื่อใจ และความกล้าหาญไงล่ะ
สิ่งที่เกลียด: ไม่มีสิ่งที่เกลียด มีเพียงสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้เท่านั้น
เกี่ยวกับจอก: ข้าไม่มีความเห็นเรื่องการมีอยู่ของจอกศักดิ์สิทธิ์ ตราบที่โลกยังหมุนวน มันก็เป็นเหมือนซากตะกอนที่จับตัวกันเป็นก้อน ตอนนี้ข้าก็ได้เพียงเคลือบแคลงในตัวมันโดยไม่อาจกำจัดออกไปได้ แม้จะเอือมระอากับการต้องต่อสู้แย่งชิงมันก็เถิด แต่ก็หวังว่าในหมู่ชายชราจะไม่มีผู้โง่เขลาที่ใฝ่หามันด้วยความทะยานอยากของตนเองนะ
มีอีเวนท์: ถึงเวลาของบะซาร์แล้ว สินค้าดีๆ ไม่อยู่รอเรายันเย็นหรอก จงเร่งเข้า
วันเกิด: วันนี้เป็นวันเกิดงั้นรึ คิดไว้แล้วว่าต้องมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น จึงได้เตรียมหน้ากากกระดูกที่ดีไซน์ไว้ใหม่มาแล้ว ...ไม่สิ ไม่ใช่ เจ้าไม่ใช่ลูกศิษย์เสียหน่อย จะเรียกว่าเป็นอาจารย์ก็ยิ่งไม่ใช่... ข้าก็ไม่ได้ชอบยัดเยียดเรื่องการแต่งตัวเสียด้วย แล้วควรจะทำอย่างไรดี... แค่เลี้ยงข้าวก็พอ? แค่นั้นพอแล้วงั้นหรือ เข้าใจแล้ว ข้ามี 10 อันดับสุดยอดอาหารฮาลาลในดวงใจอยู่ จะเตรียมไว้ให้สัก 9 อย่างก็แล้วกัน


[ร่าง2]

เลเวลอัพ1: การฝึกฝนเองก็มีหลากหลายรูปแบบ ในบางครั้ง การทำให้มันสะดวกขึ้นก็นับเป็นประสบการณ์อย่างหนึ่ง
เลเวลอัพ2: ข้าคิดว่านี่คือการทำสมาธิรูปแบบหนึ่ง ตัวข้าในภวังค์หลับใหล กำลังฝึกตนนานนับหลายปี ...เป็นกระบวนการเช่นนั้น
เลเวลอัพ3: งบการคลังของเจ้ามีเหลือเฟือขนาดนั้นเลยงั้นรึ? หากเป็นเช่นนั้นข้าก็ไม่มีปัญหาอะไร

ปลดขั้น1: ตัวข้าในวัยเยาว์คงสร้างความรบกวนไว้มากทีเดียว นั่นเป็นร่างเมื่อข้ายังเป็นผู้เผยแพร่หลักคำสอนก่อนที่จะตั้งองค์กรศาสนา ร่างนี้ต่างหากคือกิจหลักของข้า สมัยเป็นผู้ชี้นำแห่งปราการอะลามุต ข้าคุ้นเคยกับการสนทนากับผู้เยาว์วัยอยู่แล้ว หากมีเรื่องทุกข์ใจเมื่อใด ก็จงปรึกษากันอย่าได้หวั่นเกรง
ปลดขั้น2: นึกว่าช่วงเวลานี้จะจบลงแล้วเสียอีก เหมือนว่าหนทางจะยังมีต่อสินะ ตัวข้านั้นไม่ได้มีสิ่งใดจะเอ่ยเป็นพิเศษ สิ่งที่เจ้าเห็นนั้น คือสิ่งที่เป็นจริงตามดั่งรูปลักษณ์
ปลดขั้น4: ในวันหนึ่ง ข้าเคยได้เห็นความฝันอันแปลกประหลาด ฝันว่าข้าคว้านไส้ในของตัวเองออกมา ท่ามกลางทัศนียภาพที่ราวกับไม่ใช่ของโลกนี้ นั่นคือนิมิต ความปรารถนา หรือเป็นคำเตือนสุดท้ายของมนุษย์ที่พยายามจะคงความเป็นคนเอาไว้กันแน่ แม้ตอนนี้เองก็ยังไม่แน่ชัด แต่สิ่งที่แน่นอนนั้นมีเพียงความทุกข์ทรมานชั่วนิจนิรันดร์ที่ฉีกกระชากวิญญาณอย่างไร้ที่สิ้นสุด กระนั้น ต่อให้ต้องกลับไปยืนยังทางแยกนั้นอีกหน ข้าก็ยังคงเลือกหนทางเช่นเดิม ไม่ใช่เพื่อเป็นผู้ปกปักษ์แห่งโลกพระผู้เป็นเจ้า แต่เพื่อเป็นการช่วยเหลืออันมืดมิด ให้แก่เหล่าผู้ไร้หนทางมีชีวิตอื่นนอกจากการเชื่อมั่น

Battle1: ถึงคราวเทพยากรณ์แล้ว เหล่าคนบาปเอ๋ย เริ่มการมรณสักขีได้
Battle2: เป็นกริยาที่น่ารังเกียจนัก มิได้สั่งสมคุณความดีไว้เลยสินะ?
Battle3: นำผลแห่งโลกันตร์เข้าปากเสีย เจ้าคู่ควรต่อความทุกข์ตรมทั้งหมดบนโลกนี้แล้ว
สกิล1: ยังหรอก... ยังไม่พอ...!
สกิล2: ช่างไม่สมบูรณ์แบบเสียจริง!
สกิล3: ซิมูร์ก
สกิล4: ณ จุดสูงสุด
สกิล5: ได้เห็นสีหน้าสุดท้ายของแกแล้ว
สกิล6: ซักกูม
คอมมานด์การ์ด1: ย่อมได้
คอมมานด์การ์ด2: ทำการยืนยัน
คอมมานด์การ์ด3: ฝากด้านหลังด้วย
การ์ดโฮกุ1: เป็นที่คอได้ใช่ไหม?
การ์ดโฮกุ2: จักสะบั้นทิ้ง อย่าละสายตาล่ะ
การ์ดโฮกุ3: หนทางจากนี้ ไม่มีอีกแล้ว
โจมตี1: ยังตามติด...!
โจมตี2: ไม่มีความเท่าเทียม!
โจมตี3: เนื้อบางเสียจริง
โจมตี4: คว้านออกมา!
โจมตี5: ที่ใดกัน?
โจมตี6: จงวิงวอน
โจมตี7: จงหวนกลับ
โจมตี8: ได้ตัวแล้ว
โจมตี9: อิบลีส!
โจมตี10: ผ่าอาณัติสวรรค์!
โจมตี11: พวกเราคือรังอินทรี!
โจมตี12: ไม่ปล่อยให้รอดชีวิตกลับ
โจมตี13: ฮ่า!
โจมตี14: หึ
โจมตี15: ให้เลือดไหลหลั่ง
โจมตี16: รับทัณฑ์เสีย
โจมตี17: ซาบานียาห์
โจมตี18: สังหารแม่นยำ
Extra Attack1: ตามทันแล้ว
Extra Attack2: จะไปไหน?
Extra Attack3: ลืมไปแล้วงั้นหรือ?
โฮกุ1: ทั้งใหญ่โตและไร้ลักษณ์ กลไกจับตาดูความตาย จงสลักยังจิตวิญญาณ! [มาลัก อัล เมาต์(เทวทูตแห่งระฆังย่ำค่ำ)]
โฮกุ2: ณ หุบเหว พวกเจ้าเองก็ได้ตกลงมายังที่แห่งนี้งั้นหรือ เช่นนั้นก็จงดับสิ้นเสีย! ยังก้นบึ้งของขุมนรกแห่งผองเรา!!
โฮกุ3: เจอแล้ว ทั้งชะตากรรม บันทึก และกรรมชั่วของพวกเจ้า! คงแผดเผาได้ดียิ่งกว่าสิ่งใดเป็นแน่!!
ดาเมจ: อึก!
แพ้1: เป็นเพียงความตายชั่วประเดี๋ยว ข้าจดจำใบหน้านั่นไว้แล้ว
แพ้2: ล้ำสู่นรกมากเกินไปงั้นรึก แม้เป็นข้า ก็ทำให้ตายง่ายขึ้นมาได้
สู้เสร็จ1: ไม่มีสิ่งใดจะเอื้อนเอ่ยเป็นพิเศษ
สู้เสร็จ2: เป็นหัวที่น่าเบื่อซะจริง ตายแล้วเสียได้

Myroom
ความสัมพันธ์1: ข้าได้ละทิ้งนามในฐานะมนุษย์ไว้บนผืนดินแล้ว ที่อยู่ของตัวข้าในตอนนี้คือก้นบึ้งของขุมนรก ดังนั้น จึงได้หยิบยืมนามของอัสราอีลมาใช้อยู่ ซึ่งหมายถึงผู้ที่ไม่ได้มีตัวตนอยู่ในประวัติศาสตร์มนุษย์และไม่ใช่ผู้ใดเลย ข้าก็ได้กล่าวเช่นนั้นกับเหล่าฮัสซันคนอื่นด้วยเช่นกัน
ความสัมพันธ์2: อยากรู้เหตุผลที่มายังคัลเดีย? ข้าเคยบอกไปแล้วว่ามาเพื่อจับตาดูบีสต์ก็จริง แต่ว่า... อืม... ฮึ้ม... ก็ไม่ใช่เพียงเท่านั้นหรอก ข้าได้ยินจากโนอาห์มาว่าที่นี่มีคนขององค์กรศาสนาข้ามาเกี่ยวดองด้วยอยู่หลายคน จึงมาดูเสียหน่อยว่าพวกนั้นได้ก่อปัญหาอะไรหรือเปล่า
ความสัมพันธ์3: นี่ การทำงานหนักเกินไป ไม่ได้ดีกับทั้งร่างกายและองค์กรหรอก หากผู้ชิงตำแหน่งบีสต์ที่ขี้ขลาดตนนั้นมีเขางอกขึ้นมาเพราะความไม่พอใจที่มีต่อเจ้าจะทำอย่างไร จงทำงานตามเวลาที่เหมาะสม และพักผ่อนอย่างเพียงพอ เจ้ามีความดีความชอบพอที่จะคู่ควรต่อสิ่งนั้น
ความสัมพันธ์4: การตรวจตรายามกลางคืนเป็นความเคยชินของข้า ไม่เคยขาดตกไปแม้แต่วันเดียว ...เพื่อความปลอดภัยของทุกคน? เพื่อสุขภาพที่ดี? ไม่ใช่เลย นี่เป็นเพียงงานอดิเรกโดยแท้ เพราะการทำให้ผู้อื่นเครียดเล่นเนี่ย มันสนุกดีไม่ใช่รึ...?
ความสัมพันธ์5: เป็นมนุษย์แบบที่เคยได้ยินมาเลยนะ เจ้าน่ะ หาใช่วีรชนหรือนักรบไม่ แต่เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาสามัญที่พยายามมีชีวิตอยู่กับปัจจุบันนี้ เจ้าไม่ได้ประจบประแจงในศรัทธาหรือวิถีการดำรงอยู่ของเหล่าวีรชน เจ้าจงมุ่งสู่บทสรุปของการเดินทางโดยยังคงเป็นตัวของเจ้าเองเถิด ข้าเองก็ชักอยากเห็นช่วงเวลานั้นขึ้นมาเหมือนกัน มาสเตอร์แห่งคัลเดีย ผู้อัญเชิญของข้าเอ๋ย

บทพูด1: รู้หรือเปล่า ว่าการที่มือยังว่างและยังมีแรงกายล้นเหลือนั้น เขาเรียกกันว่าอะไร? ーได้เวลาทำงานแล้ว ไงล่ะ
บทพูด2: ขณะอยู่ในคัลเดีย ก็ขอปฏิบัติตามกฎของคัลเดีย
บทพูด3: มาสเตอร์เองก็เป็นเป้าหมายการจับตาดูด้วยเช่นกัน เมื่อไหร่ที่ทำพฤติกรรมเสี่ยงอันตราย ข้าจะว่ากล่าวตักเตือนเสีย
บทพูด4(มีฌัค เดอ มอเรย์(หญิง)): ถูกวางยาด้วยศาสตร์เวทอาหรับมางั้นรึ อัศวินเช่นเจ้าถึงถูกสิงสู่ด้วยเทพชั่วร้ายเช่นนี้ ...ไม่ใช่อย่างนั้น งั้นรึ นึกว่าเพราะฟางสติเส้นสุดท้ายขาดผึงไปจากการถูกเบี้ยวหนี้เสียอีก แต่ก็ไม่น่าเปลี่ยนไปได้ยันเพศสภาพเพียงนี้ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ มอเรย์ เล่าให้ข้าฟังได้หรือไม่?
บทพูด5(มีริชาร์ด): แม้คำสอนจะแตกต่างกัน แต่ก็ขอแสดงความเคารพในฐานะศัตรูผู้ยอดเยี่ยม ข้าเองก็ต้องหัดเรียนรู้จากเจ้าบ้างแล้ว ราชาใจสิงห์ ถือว่าเพื่อเป็นการตอบแทนต่อซาลาดินผู้นั้นด้วยเช่นกัน พวกเจ้าสองคนนั้นคล้ายคลึงกันมาก แม้กระทั่งวาระสุดท้ายที่ไม่ได้รับการตอบแทนก็ด้วยเช่นกัน
บทพูด6(มีเอ็ดมอนด์ ดันเตส): ว่าอย่างไร ราชาถ้ำ ข้าอยากพบเจ้ามานานแล้ว เราไปคุยที่คาเฟ่ที่มองเห็นทะเลได้กันดีกว่า แน่นอนว่าข้าจะเป็นผู้ออกเงินเอง ที่เขาเรียกว่า เปย์ อย่างไรล่ะ ใช้แยมสีเขียวนี้เสียสิ เอาล่ะ... เรื่องที่เจ้าเล่าให้ลูกชายของศัตรูคู่แค้นฟังนั้นน่ะ ช่วยเล่าให้ข้าฟังด้วยอีกคนได้หรือเปล่า? (ในนิยาย ดันเตสเคยพูดพาดพิงปู่ แล้วนำแยมเขียว(akaกัญชาอัดแท่ง) ให้คู่สนทนากิน)
บทพูด7(มีดาวินชี่ซักร่าง): เลโอนาร์โด้ ดาวินชี่ แม้จะสับสนไปบ้างเพราะแตกต่างจากบันทึกที่มีอยู่ในบัลลังค์วีรชนพอสมควร แต่ตอนนี้ข้าแน่ใจแล้ว ทั้งสติปัญญา แนวความคิด แรงขับเคลื่อน... ทุกอย่างนั้นกล่าวได้เพียงว่าอัจฉริยะ ชักจะแอบตั้งตารอการประชุมตามวาระกับเขาขึ้นมาแล้ว ...นาง? เดี๋ยวก่อน เลโอนาร์โด้ ดาวินชี่ เป็นผู้ชายไม่ใช่รึ...?
บทพูด8(มีโนอาห์): โนอาห์เป็นผู้ที่พอจะได้สนทนากันอยู่บ้าง แม้ฝ่ายที่เป็นสหายด้วยนั้นจะไม่ใช่ข้าแต่เป็น "ชายชราแห่งขุนเขา" ก็เถิด แต่สำหรับโนอาห์แล้วเหมือนจะไม่สนใจเท่าไหร่ ให้ตายสิ ชายที่ผ่านพ้นการล่มสลายของโลกมาได้นี่ช่าง...
บทพูด9(มีเทซคาทลิโปก้า): เจ้าเทพผู้ทรงอำนาจแห่งลาตินอเมริกา ช่างสอดปากเข้ามายุ่งกับการบริหารไปเสียทุกเรื่อง เหมือนชายผู้นั้นกล่าวไว้ว่าข้ามีหนี้ติดค้างเขาอยู่ ที่ช่วยตามล้างตามเช็ดงานของ "ชายชราแห่งขุนเขา" ให้ เฮ้อ... ข้าไม่ถูกโรคกับชายเช่นนั้นมาตั้งแต่เมื่อก่อนแล้ว อยากให้มอเรย์เรียนรู้จากเขาบ้างเสียจริง
บทพูด10(มีฮัสซันคนอื่น): ข้าไม่คิดจะว่ากล่าวเหล่าฮัสซันแต่ละรุ่นหรอก เพราะนั่นเป็นหน้าที่ของ "ชายชราแห่งขุนเขา" ที่ถูกแผดเผายังขุมนรกและได้เดินอยู่บนเส้นเขตแดนต่างหาก
บทพูด11(มีอัลเควด/แฟนทาสม์มูน): จิตวิญญาณของโลกงั้นรึ แค่เพียงมองเห็นความตายนั้นใช่ว่าจะสังหารนางลงได้ การจะสังหารสิ่งนั้น จำต้องมีการฝืนกฎที่มากกว่านั้นอีก
บทพูด12(มีชิเอล): หยุดก่อน แกงกะหรี่ที่ราวกับก้นบึ้งของขุมนรกนั่นมันอะไรกัน อย่ากินด้วยสีหน้าปกติสิ นี่ขอเติมมากี่จานแล้ว อย่ายัดมาให้ข้านะ ...ทนมองดูไม่ได้เลย ใช้กระวานนี่เสีย จะช่วยให้ดีขึ้นบ้างเล็กน้อย
บทพูด13: ออลก้ามารี อนิมุสเฟียร์... หากเป็นการชดใช้บาปละก็นางได้ทำมันอย่างสมภาคภูมิแล้ว ข้าเองก็เกิดคำถามเล็กน้อยกับการที่จะปฏิบัติต่อนางอย่างผู้ชิงตำแหน่งบีสต์ กระนั้น... ความจริงก็ยังคงเป็นความจริง เรื่องที่ฐานวิญญาณของนางยังคงเป็นภัยคุกคามต่อมนุษยชาตินั้นก็ยังไม่เสื่อมคลาย ประธานาธิบดีโลก... แม้จะไม่เคยเห็นด้วยตาคู่นี้เอง แต่หากมันปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง ข้าจักผ่ามันเป็นสองซีกเสีย หึ หึหึหึ หึหึหึหึหึหึ... รีบเป็นเร็วๆ ได้ไหมหนอ...

สิ่งที่ชอบ: สิ่งที่ชอบ งั้นรึ หลังจากมาที่นี่ก็เริ่มมีบ้างแล้ว นับเป็นข้อดีของการอัญเชิญวิญญาณวีรชนเลย ที่ทำให้ความรู้ของข้าเพิ่มพูนมากขึ้น
สิ่งที่เกลียด(ผ่านบทAfter Time):เค้าลางของบีสต์ในครั้งนี้ ชวนให้หงุดหงิดใจเป็นอย่างยิ่ง จนอยากจะรีบดับลมหายใจมันเสียเดี๋ยวนั้น
เกี่ยวกับจอก: หากความปรารถนาเป็นจริง ความปรารถนาใหม่ก็จะบังเกิดขึ้นมาอีก และหากไร้ซึ่งความปรารถนาก็มีแต่ต้องตายไปเสีย ผู้ที่ได้ครองจอกศักดิ์สิทธิ์ล้วนแต่ประสบการล่มสลายอย่างไร้ข้อยกเว้น มันก็เป็นเช่นนั้น
มีอีเวนท์: ถึงเวลาสู้แล้ว พกอาคมบัญชา ชุดอาคม และQPเอาไว้แล้วใช่ไหม? เช่นนั้นก็จงไปเสีย!
วันเกิด: วันเกิดงั้นรึ ยินดีด้วย



[ร่าง3] (ส่วนใหญ่ร่างนี้มีแต่เสียงลม ก็จะแปลแค่อันที่เป็นคำนะ)

Battle2: ศัตรูรึ
Battle3: ย่อมได้ เวลาข้ามีไร้ขีดจำกัด
สกิล2: แหลกไปเสีย
สกิล4: เห็นแล้ว
สกิล6: คือเจ้า
คอมมานด์การ์ด1: สาป
คอมมานด์การ์ด2: ย่อมได้
คอมมานด์การ์ด3: ช่วยเหลือ
การ์ดโฮกุ1: ราตรีที่แท้จริง อัลลัยล์เอ๋ย
การ์ดโฮกุ2: งูแห่งฟาลักเอ๋ย
การ์ดโฮกุ3: ซิดราแห่งสวรรค์ชั้นเจ็ดเอ๋ย
โจมตี2: หัว!
โจมตี4: เนื้อ!
โจมตี6: ไขมัน!
โจมตี7: กรีดร้อง!
โจมตี8: คร่ำครวญ!
โจมตี9: ตอบแทน
โจมตี10: งูยักษ์
โจมตี11: เครื่องใน!
โจมตี12: ดินแดง
Extra Attack2: 
อิสราฟิล!
โฮกุ1: เนื้อ กระดูก หัว เส้นผม... ไม่มีข้อยกเว้น ความตายรู้จักตัวของเจ้าดี! [ชีอะฮ์ ซาบานียาห์(ความตายของ30และ19)]!
โฮกุ2: ชัยฎอนผู้หาใดเทียม ซาฟาแห่งเทือกเขาผู้เผยความซ่อนเร้น ใบแห่งซิดราร่วงหล่นลง ณ ที่แห่งนี้แล้ว! ภายใต้นามของผองเรา "ชายชราแห่งขุนเขา"! ฮ่าฮ่า ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!!
โฮกุ3: โอออ้ โออออ้ โออออออ้!!! จงรับไปเสีย [ชีอะฮ์ ซาบานียาห์(ความตายของ30และ19)]!!! ชีพจรของข้า ได้กลายเป็นความตาย
สู้เสร็จ1: ผืนดินนี้ หาใช่เขตแดนไม่...!
สู้เสร็จ2: เสียงระฆัง อยู่แห่งใด...!

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

กิลกาเมซ(อาเชอร์)

โอคิตะ โซจิ(อัลเตอร์)

อาเธอเรีย เพนดราก้อน(เซเบอร์)